Welcome to Bandu Visitor Center

เทศบาลตำบลบ้านดู่ ยินดีต้อนรับทุกท่าน แห่งท่องเที่ยวในเขตเทศบาลตำบลบ้านดู่มีดังนี้

วัดพระธาตุจอมสัก (Wat Phrathat Jomsak)
picstyle picstyle picstyle picstyle picstyle picstyle picstyle picstyle picstyle picstyle picstyle picstyle picstyle picstyle picstyle picstyle
วัดพระธาตุจอมสัก ตั้งอยู่ตำบลบ้านดู่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย โทร. 053-703196
เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน : พระอธิการอภิเดช

วัดป่าดอยพระบาท (Wat Pa Doi Phrabat)
picstyle picstyle picstyle picstyle picstyle picstyle picstyle picstyle picstyle picstyle picstyle picstyle picstyle picstyle picstyle picstyle picstyle picstyle picstyle picstyle picstyle picstyle picstyle
วัดป่าดอยพระบาท ตั้งอยู่บนดอยพระบาท หมู่ 7 ต.บ้านดู่ อ.เมือง จ.เชียงราย เป็นวัดที่ประชาชนให้ความสำคัญมาก เป็นสถานที่ประดิษฐานของรอยพระพุทธบาท ประทับบนก้อนหินใหญ่ อยู่บนเนินเขา

น้ำพุร้อนโป่งพระบาท (Pongphrabat Hotspring)
picstyle picstyle picstyle picstyle picstyle picstyle picstyle
น้ำพุร้อนโป่งพระบาท บ้านโป่งพระบาท ม.6 ต.บ้านดู่ อ.เมืองเชียงราย เป็นน้ำพุร้อนตามธรรมชาติที่มีมานานแล้ว
อัตราค่าบริการห้องแช่น้ำแร่ในห้องส่วนตัว มีดังนี้ (ข้อมูล ณ วันที่ 30 ตุลาคม 2556)
1. อาคารหลังเล็ก ประกอบด้วยห้องแช่น้ำแร่จำนวน 6 ห้อง อัตราค่าบริการเป็นดังนี้
1 ท่าน/1 ห้อง ราคา 50 บาท
2 ท่าน/1 ห้อง ราคา 80 บาท
3 ท่าน/1 ห้อง ราคา 120 บาท
2. อาคารหลังใหญ่ ประกอบด้วยห้องแช่น้ำแร่ขนาดเล็กจำนวน 9 ห้อง และห้องแช่น้ำแร่ขนาดใหญ่จำนวน 2 ห้อง อัตราค่าบริการเป็นดังนี้
1 ท่าน/1 ห้อง ราคา 70 บาท
2 ท่าน/1 ห้อง ราคา 100 บาท
3 ท่าน/1 ห้อง ราคา 140 บาท
4 ท่าน/1 ห้อง ราคา 180 บาท
ห้องใหญ่คิดค่าบริการเหมาจ่าย 400 บาท

มีสระว่ายน้ำน้ำแร่บริการ ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ 20 บาท / 1 ท่าน
มีอ่างแช่เท้าบริการฟรี
บริการนวดแผนไทย เปิดบริการ 9.00-18.00 น.
นวดตัว 120 บาท / 1 ชม. นวดฝ่าเท้า 150 บาท / 1ชม. นวดน้ำมัน 250 บาท / 1 ชม.
โดยมีข้อห้ามในการรับบริการ ดังนี้
1. หญิงตั้งครรภ์
2. เป็นประจำเดือน
3. เป็นมะเร็ง
4. โรคผิวหนัง
5. แผลผ่าตัดใหม่
6. ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิด
7. เป็นไข้
ติดต่อห้องอาบน้ำแร่ : 053-150676
* หมายเหตุกรุณาโทรจองล่วงหน้า

นวดแผนไทย - น้ำพุร้อนโป่งพระบาท (Thai Massage)
picstyle picstyle picstyle picstyle
นอกจากจะมีบ่อน้ำแร่สำหรับแช่ตัวแล้ว เรายังมีบริการนวดแผนไทย โดยหมอนวดผู้มีประสบการณ์และมีความชำนาญสูง สำหรับผู้ที่ต้องการผ่อนคลาย และการนวดเพื่อการรักษาสำหรับผู้มีปัญหาด้านสุขภาพ เกี่ยวกับ กล้ามเนื้อและเส้นเอ็น อาการปวดหลัง ปวดศีรษะ ตึงตามส่วนต่างๆของร่างกาย
ติดต่อนวดแผนไทย : 089-6376965
* หมายเหตุกรุณาโทรจองล่วงหน้าเนื่องจากหมอนวดมีจำนวนจำกัด


น้ำตกโป่งพระบาท (Pong Phrabat Waterfall)
picstyle picstyle picstyle picstyle picstyle picstyle picstyle picstyle picstyle picstyle picstyle picstyle picstyle picstyle picstyle picstyle picstyle picstyle picstyle picstyle picstyle
น้ำตกโป่งพระบาท ต.บ้านดู่ อ.เมือง จ.เชียงราย เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอีกแห่งหนึ่งของตำบลบ้านดู่ ปัจจุบันอยู่ในการควบคุมของวนอุทยานลำน้ำกก (ฝั่งขวา ) โดยการควบคุมดูแลอยู่ในอำนาจของวนอุทยานลำน้ำกกทั้งหมด น้ำตกโป่งพระบาทอยู่ตรงจุดสิ้นสุดของถนนเส้นทางสาย 1151 โดยมีพื้นที่ทั้งหมด 3,375ไร่ อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 500-1,000 เมตร บริเวณของน้ำตกโป่งพระบาทมีจุดที่น่าสนใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็นแก่งหินต่างๆที่เป็นจุดพักผ่อน เช่น แก่งกระดานลื่น แก่งจู๋จี๋ แก่งรื่นรมย์ เป็นต้น นอกจากนั้นยังมีจุดตั้งเต้นท์ที่บริการนักท่องเที่ยว แต่ต้องติดต่อก่อนที่จะเข้าพัก 2-3 วัน โดยค่าบริการแล้วแต่ผู้เข้าพักจะสนับสนุน คนในท้องถิ่นนิยมมาปิกนิกเล่นน้ำตก มีร้านอาหาร เครื่องดื่ม บริเวณลานจอดรถ


สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ เชียงราย (Suan Somdet Phra Srinagarindra Chiangrai)
picstyle picstyle picstyle picstyle picstyle picstyle picstyle picstyle picstyle picstyle picstyle picstyle picstyle picstyle picstyle picstyle
สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ฯ เชียงราย ตั้งอยู่ในพื้นที่ของมหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย อยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงราย ประมาณ 8 กม. บนเส้นทางเชียงราย – แม่จัน ตั้งอยู่ในพื้นที่ของมหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย (เข้าไปทางด้านหลังมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย) สร้างถวายสมเด็จพระศรีนครินทราฯ เป็น 1 ใน 7 แห่ง ของสวนสมเด็จฯ ที่มีการสร้างถวาย มีพื้นที่ที่เป็นหนองน้ำ ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า หนองบัวใหญ่ จำนวน 223 ไร่ และพื้นที่ที่เป็นสวนดอกไม้ 397 ไร่ สวนดอกไม้ตั้งอยู่ในบริเวณที่เป็นเนินเขาและมีศาลาพักผ่อนที่อยู่บริเวณรอบๆ สวนดอกไม้

วัดพระธาตุจอมสัก

เดิมชื่อ พระธาตุดอยบ้านยาง เป็นวัดสังกัดมหานิกาย ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากแม่น้ำกกมากนัก ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 92 ไร่ บริเวณรอบๆ เป็นวัดสวนป่าสัก จึงได้ชื่อว่าวัดพระธาตุจอมสัก จากการสำรวจของหัวหน้ากรมศิลปากรในครั้งนั้นได้ภาพถ่ายทางอากาศของวัดพระธาตุจอมสักมาดู พบว่าบริเวณรอบๆ มีคูน้ำล้อมรอบอยู่ จากหลักฐานทางที่จารึกบนใบลานพบว่า สร้างขึ้นในสมัยโยนกไชยบุรีศรีเชียงแสน จนถึงสมัยพระเจ้าพังคราช กษัตริย์แห่งราชวงค์โยนก องค์ที่ 24ได้มีพระเถระองค์หนึ่งชาวโกศล เมืองสุธรรมาวดี นามพระพุทธโฆษาจารย์ ได้นำพระบรทสารีริกธาตุจากประเทศลังกามาถวายพระองค์จำนวน 16 องค์ พระเจ้าพังคราชทรงโปรดให้แบ่งพระธาตุออกเป็น 3 ส่วน
- ส่วนหนึ่งประดิษฐานอยู่บนพระธาตุดอยจอมทอง
- ส่วนที่สองประดิษฐานอยู่บนพระธาตุจอมกิติ
- และส่วนที่สามนำมาประดิษฐานที่พระธาตุดอยบ้านยาง

ในวันพุธขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5 ได้ทำพิธีวางศิลาฤกษ์ สร้างมานานถึง 3 ปี ฐานกว้าง 3 วา สูง 6 วา 3 ศอก จากการล่มสลายของเมืองทำให้วัดแห่งนี้กลายเป็นวัดร้าง หลังสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 พ.ศ. 2490 พระครูบาคำหล้า สังวโร ได้เป็นประธานในการบูรณะพระธาตุองค์ใหม่ โดยสร้างครอบพระธาตุองค์เดิมไว้ และพร้อมกับสร้างวิหารเรือนไม้สักยกใต้ถุนตั้งอยู่ทางเหนือขององค์เจดีย์ และรอบๆองค์เจดีย์ มีการสร้างพระพุทธรูปปางต่างๆ เช่นพระพุทธรูปปางสมาธิ ปางมารวิชัย และมีการสร้างบันไดขึ้นไปยังองค์เจดีย์อีกด้วย และได้เปลี่ยนชื่อมาเป็นพระธาตุจอมสักจนถึงทุกวันนี้

ความเชื่อ ในการไหว้ พระธาตุดอยจอมสัก เชื่อกันว่าถ้าได้กราบไหว้ท่านจะได้รับสิริมงคลสูงสุดและพานพบแต่สิ่งดีๆเข้ามาในชีวิตอย่างน่าอัศจรรย์

การเดินทาง จากอำเภอแม่จันใช้ถนนเชียงราย-แม่สาย (ทางหลวงหมายเลข 1 ) ลงใต้สู่อำเภอเมือง ผ่านตลาดบ้านดู่ ปากทางเข้าท่าอากาศยานเชียงราย ห้างสรรพสินค้าแมคโคร พบยูเทริ์นแรกเลี้ยวขวา เข้าปากทางเข้าพระธาตุจอมสักพอดีเข้าไปอีกประมาณ 400 เมตร รวมระยะทางประมาณ 25 กิโลเมตร

วัดป่าดอยพระบาท

ตั้งอยู่บนดอยพระบาท หมู่ 7 ต.บ้านดู่ อ.เมือง จ.เชียงราย เป็นวัดที่ประชาชนให้ความสำคัญมาก เป็นสถานที่ประดิษฐานของรอยพระพุทธบาท ประทับบนก้อนหินใหญ่ อยู่บนเนินเขา พบครั้งแรกในสมัยสงครามโลก ครั้งที่ 2 โดยทหาร เดิมรู้แต่เพียงว่าเป็นวัดเก่าแก่ตั้งอยู่บริเวณนี้ เชื่อว่าสร้างในสมัยพ่อขุนเม็งรายมหาราช เดิมชื่อวัดป่าดอยพระบาท จากการพบรอยพระพุทธบาทและได้บูรณะปฏิสังขรณ์ทำให้พบศิลาแลงและอิฐเป็นจำนวนมากและมีชาวต่างชาตินำศิลาแลงนั้นไปพิสูจน์หลักฐานทางโบราณคดีพบว่าเป็นหินสีเขียวโบราณที่มีอายุช่วงพุทธศตวรรษที่ 18- 23 โดยฐานเป็นรูปสี่เหลียมกว้าง 10 ซม. ยาว 12 ซม. เดือนสิงหาคมในปี พ.ศ. 2546 มีการพบเครื่องทรงประเภทเครื่องประดับ เช่น มงกุฎ ปิ่นปักผม เป็นทองและเงินจำนวนมาก ขณะเตรียมการก่อสร้างวิหารหลังใหม่ ซึ่งเชื่อว่าเป็นของโบราณสมัยพ่อขุนเม็งรายมหาราช และทุกปีประมาณเดือนพฤษภาคมจะมีการสรงน้ำรอยพระพุทธบาท โดยมีกิจกรรมมากมายมีการประกวดจุดบั้งไฟ ซึ่งเชื่อว่าเป็นการขอฝน และการเดินทางขึ้นนมัสการรอยพระพุทธบาท
น้ำตกโป่งพระบาท

น้ำตกโป่งพระบาท ต.บ้านดู่ อ.เมือง จ.เชียงราย เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอีกแห่งหนึ่งของตำบลบ้านดู่ ปัจจุบันอยู่ในการควบคุมของวนอุทยานลำน้ำกก (ฝั่งขวา ) โดยการควบคุมดูแลอยู่ในอำนาจของวนอุทยานลำน้ำกกทั้งหมด น้ำตกโป่งพระบาทอยู่ตรงจุดสิ้นสุดของถนนเส้นทางสาย 1151 โดยมีพื้นที่ทั้งหมด 3,275ไร่ อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 500-1,000 เมตร บริเวณของน้ำตกโป่งพระบาทมีจุดที่น่าสนใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็นแก่งหินต่างๆที่เป็นจุดพักผ่อน เช่น แก่งกระดานลื่น แก่งจู๋จี๋ แก่งรื่นรมย์ เป็นต้น นอกจากนั้นยังมีจุดตั้งเต้นท์ที่บริการนักท่องเที่ยว แต่ต้องติดต่อก่อนที่จะเข้าพัก 2-3 วัน โดยค่าบริการแล้วแต่ผู้เข้าพักจะสนับสนุน คนในท้องถิ่นนิยมมาปิกนิกเล่นน้ำตก มีร้านอาหาร เครื่องดื่ม บริเวณลานจอดรถ นอกจากนั้นยังมีจุดกางเต้นท์สำหรับบริการนักท่องเที่ยว แต่ต้องติดต่อล่วงหน้าก่อนที่จะเข้าพักประมาณ 2-3 วัน จุดที่น่าสนใจและจุดเด่นของวนอุทยานลำน้ำกก คือ น้ำตกโป่งพระบาท เป็นน้ำตกแบบแก่ง มีลักษณะเป็นแก่งหิน มีความลาดชันไม่มากนัก ลักษณะการไหลของน้ำที่ลดหลั่นกันเป็นชั้นๆลงมา มีความต่างระดับกันไม่มาก มีน้ำไหลตลอดปี น้ำที่ไหลก็ใสสะอาดและเย็นมากๆ การเดินทางขึ้นไปน้ำตกโป่งพระบาทจนถึงจุดสิ้นของน้ำตกโป่งพะบาทก็สะดวก ถ้าไปเป็นหมู่คณะพูดคุยกันไปใช้เวลาไม่นานนัก เราเดินทางจากจุดบริการนักท่องเที่ยวจนถึงจนสิ้นสุดของน้ำตกโป่งพระบาทระยะทางประมาณ 900เมตร จากจุดเริ่มต้นสิ่งแรกที่เห็นคือลานจอดที่กว้างขวางจอดรถได้สะดวกสบาย เดินไปอีกนิดความสวยงามของต้นไม้ที่สูงมากๆระหว่างทางการเดินขึ้นน้ำตกน้ำที่ไหลลงมาตามหินที่ลดหลั่นกันลงมาสวยงามมากจะเจอก้อนหินรูปทรงต่างๆ และยังมีตะไคร่น้ำเกาะหินทุกก้อนเขียวมาก ระหว่างทางขึ้นไม่ลื่นเดินสะดวก ไม่ลำบากทางขึ้นก็ไม่ชันเท่าไร่ พอเราถึงจุดที่สิ้นสุดก็ไม่สามารถขึ้นต่อไปได้ครับ ลืมบอกไปว่าระหว่างเดินขึ้นเราสามารถเก็บภาพระหว่างการเดินขึ้นน้ำตกโป่งพระบาท วนอุทยานน้ำตกโป่งพระบาท ไม่มีบ้านพักบริการแก่นักท่องเที่ยว หากนักท่องเที่ยวมีความต้องที่จะเดินทางไปพักแรม ต้องนำเต็นท์ไปกางเองแล้วไปติดต่อขออนุญาตกับหัวหน้าวนอุทยานโป่งพระบาท โดยตรง หรือติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ฝ่ายจัดการวนอุทยาน สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรุงเทพฯ 10900โทร. 0-25614292-3 ต่อ 719 หรือ สำนักบริหารจัดการในพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 (เชียงราย) โทร.(053)714914 โทรสาร.(053)711961. การเดินทาง - รถยนต์ส่วนตัว จากตัวเมืองเชียงรายใช้ทางหลวงหมายเลข 1 มุ่งหน้าไปทาง อ. แม่จัน เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 1151 ตรงระหว่างหลัก กม.836-837 ปากทางเข้าเป็นตลาดบ้านดู่ ไปอีก 2.5 กม. ผ่านน้ำพุร้อนโป่งพระบาท จากนั้นขับตรงไปจนสุดถนนที่น้ำตกโป่งพระบาท ระยะทางรวม 8 กม. - รถประจำทาง นั่งสองแถวสายถนนแม่จัน-เชียงราย ลงที่ตลาดบ้านดู่ นั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างจากตลาดบ้านดู่มายังน้ำตก ค่ารถ 30 บาท หรือเหมารถสองแถวจากตัวเมืองเชียงราย
น้ำพุร้อนโป่งพระบาท

น้ำพุร้อนโป่งพระบาท ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านโป่งพระบาท หมู่ที่ 6 ต.บ้านดู่ อ.เมืองเชียงราย เป็นน้ำพุร้อนตามธรรมชาติที่มีมานาน ต้นกำเนิดของน้ำพุร้อนเดิมบริเวณที่มีอยู่เป็นป่าไม้ไมยราพและแอ่งน้ำ และจุดที่พบน้ำร้อนเป็นลักษณะแอ่งน้ำร้อน (warm pool) ที่มีขนาดเล็กประมาณ 2-3 แอ่ง ได้มีการสำรวจอย่างจริงจังโดยสำนักงานทรัพยากรธรณีวิทยาเขต 3 (เชียงใหม่) กรมทรัพยากรธรณี เข้าร่วมสำรวจคุณภาพของน้ำร้อน จากการสำรวจพบว่าอุณหภูมิร้อนผิวดินอยู่ระหว่าง 48-50 องศา และอุณหภูมิใต้ดินสูงประมาณ 125-156 องศา จากอุณหภูมิดังกล่าวสามารถที่จะพัฒนาทำเป็นแหล่งอาบน้ำอุ่นตามธรรมชาติเพื่อสุขภาพ (Spa treatment) หรือทำเป็นห้องอาบน้ำแร่ (Balneology) ซึ่งในประเทศจีน ญี่ปุ่น ยุโรปหรือในอเมริกา เชื่อกันว่าได้อาบน้ำหรือแช่ตัวในน้ำร้อน(ออนเซ็น) ในอุณหภูมิระหว่าง 42-45 องศา ทำให้การหมุนเวียนขอโลหิตในร่างกายดีขึ้น โดยน้ำร้อนจะช่วยขยายรูขุมขนทำให้ร่างกายขับสิ่งสกปรกปะปนมากับเหงื่อได้ดีจึงช่วยทำให้รู้สึกสดชื่นหลังจากการแช่น้ำร้อน นอกจากนี้ยังช่วยรักษาอาการปวดเมื่อยตามข้อกระดูกกล้ามเนื้อได้เป็นอย่างดี และกำมะถันที่อยู่ในน้ำพุร้อนสามารถรักษาโรคผิวหนังได้เป็นอย่างดี ซึ่งน้ำแร่ร้อนที่พบในเขตเทศบาลตำบลบ้านดู่ ไม่สามารถนำมาบริโภคได้ เนื่องจากมีความเข้มข้นของฟลูออไรด์และซัลไฟด์สูงกว่ามาตรฐานน้ำแร่เพื่อการบริโภค จากการดำเนินงานสำรวจเบื้องต้นได้ข้อมูลต่างๆ ดังนี้ 1. การศึกษาหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องและข้อมูลแวดล้อมที่มีการดำเนินการมาแล้ว ในส่วนของข้อมูลทางด้านธรณีวิทยารายละเอียด ได้มีการสำรวจและทำแผนที่ธรณีวิทยา มาตราส่วน 1 : 50,000 ระวาง 4948 I (จังหวัดเชียงราย) โดย นายวรกุล แก้วยานะ, นายสุวัฒน์ ติยะไพรัช และคณะ กองธรณีวิทยา กรมทรัพยากรธรณี(2) ซึ่งผลจากการศึกษาข้อมูลดังกล่าวพบว่าบริเวณที่ทำการสำรวจเป็นตะกอนระหว่างหุบเขาที่ประกอบด้วย ดินเหนียว ทรายแป้งและทราย ที่วางตัวปิดทับอยู่บนหินแกรนิตเนื้อสองขนาด ที่เกิดอยู่ในยุค ไทยแอสซิก คืออยู่ในช่วง 195 – 230 ล้านปีมาแล้ว 2. ได้ทำแผนผังโดยสังเขปของแหล่งและเจาะหลุมสำรวจ เพื่อวัดอุณหภูมิของดินตามระดับ ความลึก การทำแผนผังของพื้นที่ที่ทำการสำรวจ ในการวัดอุณหภูมิของดินตามความลึกได้ใช้เครื่องเจาะดินชนิดมือหมุน(Hand auger) เจาะและวัดอุณหภูมิด้วยเทอร์โมมิเตอร์ชนิดตัวเลข ผลการวัดอุณหภูมิของดินตามความลึกพบว่า อุณหภูมิของดินเพิ่มขึ้นตามความลึกอย่างชัดเจน 3. การเก็บตัวอย่างน้ำร้อน เพื่อศึกษาธรณีเคมีของน้ำพุร้อน จากการเก็บตัวอย่างน้ำพุร้อนจำนวน 2 ตัวอย่าง โดยตัวอย่างที่ 1 เป็นตัวอย่างน้ำจากจุดสำรวจที่ 1 ซึ่งเป็นบ่อเจาะของเอกชนที่อยู่บริเวณข้างเคียง มีความลึกประมาณ 30 เมตร(สอบถามจากชาวบ้านบริเวณใกล้เคียง) ตัวอย่างที่ 2 เป็นบ่อน้ำธรรมชาติเก็บจากจุดสำรวจที่ 2 จากการตรวจอุณหภูมิของน้ำพุร้อนโป่งพระบาท ครั้งที่ 1 พบว่า คุณสมบัติของน้ำพุร้อนแหล่งนี้พอสรุปได้ว่าอุณหภูมิของน้ำร้อนที่ผิวดินอยู่ระหว่าง 48 – 50 “C อุณหภูมิของแหล่งกักเก็บใต้ดินสูงประมาณ 125 “C (TQZa) หรือ 156 “C (TNaKCa) มีประมาณสารละลายน้ำได้ (Total dissolved solids) ต่ำ มีปริมาณฟลูออไรด์ (F) ในปริมาณ 3.54 – 5.02 mg/1 ซึ่งมีปริมาณเข้มข้นเกินกำหนดมาตรฐานน้ำแร่ เพื่อการบริโภคของกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 128 พ.ศ. 2533) ซึ่งกำหนดให้มีฟลูออไรด์ได้ไม่เกิน 1.0 mg/1 และซัลไฟด์มีได้ไม่เกิน 0.05 mg/1 นอกจากนี้ยังมีปริมาณธาตุโซเดียม (Na) ค่อนข้างสูงคือ 67 – 78 mg/1 น้ำที่มีปริมาณธาตุโซเดียมละลายอยู่เป็นจำนวนมากหากบริโภคเป็นประจำอาจมีโทษต่อหัวใจและไตได้ (มาตรฐานโซเดียมในน้ำบริโภคอยู่ระหว่าง 1 – 20 mg/1) สำหรับปริมาณแร่ธาตุอื่นๆ มีปริมาณต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานน้ำแร่เพื่อการบริโภค ดังนั้นน้ำพุร้อนจากแหล่งนี้จึงไม่ควรนำไปบริโภคติดต่อกันเป็นเวลานานๆ นอกจากนี้ยังมีปริมาณซิลิการค่อนข้างสูง และ natural heat output ในแหล่งค่อนข้างต่ำ จากคุณสมบัติดังกล่าวทำให้มีแนวโน้มว่า หินแกรนิตอาจเป็นต้นกำเนิดของความร้อนของน้ำพุร้อนแหล่งนี้ และสามารถจำแนกชนิดของน้ำในแหล่งน้ำพุร้อนนี้ว่าเป็นชนิดแอลคาไลน์โซเดียม – ไบคาร์บอเนต (Alkaline sodium bicarbonate water) ครั้งที่ 2 ได้ทำการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำพุร้อนโป่งพระบาทโดยสำนักงานสิ่งแวดล้อม ภาคที่ 1 เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2554 จากผลการวิเคราะห์พบว่า อุณภูมิ 65 องศา ความเป็นกรดด่าง (PH) 7.8 คุณภาพน้ำพุร้อนโป่งพระบาท และสามารถจำแนกเป็นแหล่งน้ำประเภทที่ 2 โดยใช้ โคลิฟอร์มแบคทีเรีย (TCB) และฟีคัลโคลิฟอร์มแบคทีเรีย (FCB) เป็นตังบ่งชี้คุณภาพ ตามเกณฑ์การจัดมาตรฐานคุณภาพน้ำผิวดินของกรมควบคุมมลพิษ ทั้งนี้ การตรวจวิเคราะห์โลหะหนักไม่พบการปนเปื้อนของโลหะหนักเช่น แคดเมี่ยม(cd), โคเมี่ยม(cr), แมงการนีส(Mn), ตะกั่ว(Zn), เหล็ก(Fe) และสารหนู(As) อย่างไรก็ตาม เนื่องจากตัวอย่างน้ำพุร้อนดังกล่าว มีอุณหภูมิที่สูงพอสมควร จึงเหมาะสมที่จะพัฒนาทำเป็นแหล่งอาบน้ำอุ่นตามธรรมชาติเพื่อสุขภาพ (Spa treatment) หรือทำห้องแช่อาบน้ำแร่(Balneology) ทั้งนี้ในประเทศจีน ญี่ปุ่น ในยุโรป หรือในอเมริกา เชื่อกันว่าถ้าได้อาบหรือแช่ตัวในน้ำพุร้อนในอุณหภูมิประมาณ 42 – 45 “C ทำให้การหมุนเวียนของโลหิตในร่างกายดีขึ้น น้ำร้อนจะขยาย รูขุมขนทำให้ร่างกายขับสิ่งสกปรกปะปนออกมากับเหงื่อได้ดี จะรู้สึกสดชื่น นอกจากนี้ยังช่วยรักษาโรค ปวดเมื่อยตามข้อกระดูก กล้ามเนื้อ และกำมะถันที่อยู่ในน้ำพุร้อนยังจะช่วยรักษาโรคผิวหนังได้เป็นอย่างดี ประโยชน์ของแร่ธาตุที่มีในน้ำพุร้อนโป่งพระบาท รายละเอียดดังนี้ คลอไรด์ มีคุณสมบัติช่วยรักษาความสมดุลของเกลือแร่ในเซลล์ ซัลเฟต มีคุณสมบัติในการป้องกันผิวพรรณไม่ให้เกิดสิวและมีคุณสมบัติเป็นยารักษาโรคผิวหนังบางชนิด แคลเซี่ยม มีคุณสมบัติช่วยคลายความตึงเครียดของเซลล์ผิวหนัง ช่วยให้กล้ามเนื้อกระซับ แมกนีเซี่ยม มีคุณสมบัติในการช่วยเพิ่มสมรรถภาพของเซลล์ในการที่จะซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ รักษาความสมดุล ความเป็นด่าง ช่วยการทำงานของกล้ามเนื้อ โซเดี่ยม มีคุณสมบัติช่วยให้เซลล์แข็งแรงและยึดเกาะกันได้อย่างเหนียวแน่น โปแตสเซี่ยม มีคุณสมบัติในการเป็นตัวกลางนำวิตามินแร่ธาตุ และสารอาหารไปหล่อเลี้ยงเซลล์ เหล็ก มีคุณสมบัติในการช่วยลำเลียงออกซิเจนและสารอาหารไปหล่อเลี้ยงเซลล์ต่างๆ และนำพาของเสียออกจากเซลล์ ป้องการอาการล้าของกล้ามเนื้อ สังกะสี มีคุณสมบัติในการป้องกันการเกิดสิวควบคุมการทำงานของต่อมไขมันและเร่งการสมานแผล สารหนู ช่วยในการเจริญเติบโตของน้ำเลือด และเนื้อเยื่อ ซัลเฟต กำจัดของเสียในร่างกายทำให้กระดูก ผม เล็บ น้ำเลี้ยงข้อต่อ สันหลังแข็งแรง แก้การติดเชื้อ ไบคาร์บอเนต ช่วยในการไหลเวียนของเส้นเลือดฝอย และช่วยในการไหลเวียนของโลหิตส่วนปลาย น้ำพุร้อนโป่งพระบาทยังได้เข้าร่วมโครงการ “ไทยล้านนา สปา ซิตี้” ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มของน้ำพุร้อนทั้ง 9 แห่ง ทั่วจังหวัดเชียงรายได้รับการสนับสนุนจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภาคเหนือ เขต 2 จังหวัดเชียงราย กระทรวงกีฬาและนันทนาการ และกระทรวงสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย น้ำพุร้อนโป่งพระบาทเป็นน้ำพุร้อนแห่งหนึ่งที่มีการได้รับให้มีการได้รับการพัฒนาก่อน ได้แก่ น้ำพุร้อนป่าตึง อำเภอแม่จัน น้ำพุร้อนห้วยหมากเลียบ – ผาเสริฐ ตำบลดอยฮาง น้ำพุร้อนที่เวียงป่าเป้า และน้ำพุร้อนโป่งพระบาท ซึ่งคาดว่าภายหลังจากโครงการสำเร็จ น้ำพุร้อนโป่งพระบาทจะเป็นที่รู้จักมากขึ้นทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ